วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2556

[ซับ/แปล] UtaPri Drama CD สมมติว่าคุรุสึ โชเป็นคุณครู

ว่าจะนั่งแปลแป๊บเดียวแล้วไปนอน ดันติดอยู่ประโยคนึงเลยยาวเลย
track นี้มาจากซีดีที่แถมมากับเกมภาค All Star ธีมคือสมมติให้เจ้าชายแต่ละคนทำอาชีพอื่นที่ไม่ใช่ไอด้อล อย่างริงโกะเซ็นเซเป็นตากล้อง ไอไอเป็นเลขาท่านประธาน เซซิลเป็นหมอดูอะไรเทือกนี้ ของไอไอนี่ฟังแล้วก๊าวค่ะ แต่แปลค้างมานานละไม่เสร็จซะที ขอลัดคิวเป็นอันนี้ก่อนละกัน

もしも来栖翔が教師だったら
สมมติว่าคุรุสึ โชเป็นคุณครู

CD: うたの☆プリンスさまっ♪ All Star Super Super Shining Smile BOX 初回限定版特典 ドラマCD「もしもの☆プリンスさまっ♪ 職業編」 Track 12 もしも来栖翔が教師だったら
English Translation: http://a-mune-shia.tumblr.com/post/52468843720/translation-for-this-sorry-i-couldnt-understand

เดี๋ยวเหอะ อย่ามาเรียกว่าครูเตี้ยนะ! ไม่ได้เตี้ยเฟ้ย!  ปัดโธ่ พูดไปไม่รู้กี่รอบแล้ว แล้วชั้นก็ไม่ได้เตี้ยซะหน่อย หลัง ๆ มานี่พวกนั้นมันสูงเกินไปตะหาก
อ๊ะ ขอโทษที่มาสายนะ อะไรนะ เธอก็เพิ่งมาเหมือนกันเหรอ
งั้น มีเรื่องอะไรรึเปล่า ช่วงนี้เธอดูซึม ๆ ไปนะ เวลาอยู่ในนห้องเรียนก็เหม่อตลอดเลย
“รู้ด้วยเหรอ?” เรอะ ของมันแน่อยู่แล้ว ก็ชั้นเป็นครูของเธอนี่ อีกอย่างแทนที่จะกลุ้มอยู่คนเดียว เล่าให้คนอื่นฟังจะแก้ปัญหาได้เร็วกว่านะ เพราะงั้นไม่ลองเล่าให้ชั้นฟังดูหน่อยล่ะ
หือ เรื่องที่กลุ้มอยู่คือเรื่องเรียนงั้นเหรอ อื้ม ถ้าอย่างงั้น...
มันเป็นเรื่องที่ต้องกลุ้มขนาดนั้นเลยเหรอ ขนาดชั้นเรียนได้เกรดแย่ ๆ ยังมาเป็นครูได้เลย แค่ตั้งใจเรียนในห้องก็พอแล้วล่ะ ไม่ต้องกลุ้มหรอก
ว่าแต่เกรดเธอแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ หรือว่ายังมีเรื่องกลุ้มเรื่องอื่นอีก
เอ๊ะ มีรอยปากกาแดงที่คอชั้นเหรอ เอาจริงดิ! หือ มองไม่เห็น นี่ มีกระจกรึเปล่า โอ๊ะ ขอบใจนะ เอ ไหนไหน เฮ้ย มีจริง ๆ ด้วย
อ้อ นึกออกแล้ว ก่อนจะมานี่ชั้นไปเจอพวกที่เล่นกันอยู่ตรงระเบียง สงสัยจะติดมาตอนนั้นแหละ
แต่ว่านะ เธออุตส่าห์มาปรึกษาชั้นทั้งที แต่ชั้นกลับดูไม่ได้เอาซะเลย
นี่ อย่าหัวเราะกันสิ! ดูสดชื่นขึ้นแล้วนี่ แล้วเป็นไง ชั้นช่วยแก้ปัญหาหลัก ๆ ให้เธอได้รึเปล่า เฮ้อ ยังมีปัญหาอย่างอื่นอยู่อีกใช่มั้ยล่ะ แต่ถ้ามันพูดลำบากก็ไม่ต้องฝืนหรอก
เอาล่ะ ชั้นจะซัดเรื่องกลุ้มของเธอให้หายไปเอง
เรื่องจบการศึกษาน่ะเหรอ ชั้นเองก็เหงาเหมือนกันนะ ถ้าได้อยู่กับพวกเธอไปเรื่อย ๆ ก็คงจะดี แต่การจบการศึกษาเป็นเครื่องหมายว่าพวกเธอเติบโตขึ้นแล้ว ชั้นรู้ว่าควรจะยืนส่งพวกเธอด้วยรอยยิ้ม ดังนั้นชั้นจะซัดความเหงานี่ให้ปลิวไปซะ เธอเป็นลูกศิษย์ที่สำคัญของชั้น ถึงจะเรียนจบไปแล้วเรื่องนี้ก็ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นก็มาพึ่งพากันได้เสมอนะ
อุ ไม่ได้ร้อง!!! ยะ อย่ามาแหย่ผู้ใหญ่เล่นนะ บ้าจริง ชั้นตัดสินใจไว้แล้วว่าจะเก็บน้ำตาเอาไว้จนถึงวันที่พวกเธอจบการศึกษา! แต่ชั้นก็ดีใจที่เห็นเธอดูสดชื่นขึ้นนะ เวลาที่ไม่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอชั้นเองก็พลอยเศร้าไปด้วย
เอาล่ะ! จัดการเรื่องกลุ้มได้แล้วก็กลับไปกินราเม็งกันดีกว่า วันนี้ชั้นจะเลี้ยงราเม็ง”สุด”อร่อยของโปรดของคุณครูคุรุสึให้เป็นพิเศษเลย เธอชอบอะชิตะบะ(ชื่อผัก)มั้ย เอาวางโปะไว้ข้างบนอย่างงี้นะ โอ๊ะ ตอบได้ดี งั้นไปกันเลย!
--o-- 
โชจังแมนตลอด แต่ขาดความโรแมนติกไปหน่อยนะ ของคนอื่นเค้ามีจีบ ๆ จูบ ๆ กัน ของโชจังงี้ใสเชียว 555

ลองเอาดราม่าโชจังมาทำซับดู
หา tutorial ใหม่ ๆ ไม่ค่อยเจอเลย ออกมามัวเชียว แต่ก็สนุกดี ^o^

Download
 

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

[แปล] K Guide Book Novel vol. 4 Renewal Procedure

K Guide Book, vol. 4 Renewal Procedure by Takahashi Yashichirou
Renewal procedure by Takahashi Yashichirou
ระเบียบการต่ออายุ โดย ทาคาฮาชิ ยาชิจิโร 

English Translation: http://chilly-territory.tumblr.com/post/51579495057/k-guide-book-vol-4-renewal-procedure-by-takahashi

สำนัก งานของผู้บังคับการแห่งเซ็ปเตอร์ 4 ที่คุซานางิ อิซึโมะถูกนำทางไปนั้นยังคงเป็นสถานที่ที่แปลกประหลาดเหมือนเคย ครึ่งหนึ่งดูเหมือนออฟฟิศแบบตะวันตกสมกับเป็นสำนักงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนอีกครึ่งกลับเป็นห้องชงชาแบบญี่ปุ่นที่แยกจากอีกส่วนด้วยบังตาไม้ไผ่สี เขียว

“ยอดเยี่ยม เอกสารไม่มีจุดที่ต้องแก้ไขเลย ชั้นขอรับรองการต่ออายุราชอาณาเขตของปีนี้”

ราชา สีฟ้า “มุนาคาตะ เรชิ” ผู้นั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะผู้บังคับการในสำนักงานประหลาดตรวจสอบเอกสารแล้วจึง ผงกศีรษะ ถึงแม้ว่าบรรยากาศในห้องจะดูภูมิฐานเป็นทางการตามแบบของราชา แต่ในความเป็นจริงบรรยากาศกลับชวนให้อึดอัดมากขึ้นเรื่อย ๆ

“ถ้าหากแคลนส์แมนสีแดงทุกคนเป็นคนมีเหตุมีผลเหมือนเธอก็คงจะดี”
“ทาง นี้ต่างหากที่ควรจะต้องขอบคุณที่ราชาสีฟ้าผู้มีงานรัดตัวสละเวลามาตรวจ สอบเอกสารให้ด้วยตัวเอง” คุซานางิที่รักษาระยะห่างจากชายอีกคนตอบอย่างไม่แยแสขัดกับบรรยากาศหนักอึ้ง ในห้อง “แต่ที่จริงแค่ให้พนักงานต้อนรับประทับตราให้ก็พอแล้วล่ะ”

“ก็ เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องที่จะจัดการแบบขอไปทีได้” มุนาคาตะยิ้มออกมา ทำให้อากาศในห้องหายใจได้สะดวกขึ้นเล็กน้อย แต่สีหน้าของมุนาคาตะก็มีวาระซ่อนเร้นอยู่มากเกินกว่าจะดูผ่อนคลายได้อย่าง แท้จริง แม้แต่เสียงที่นุ่มนวลก็มีความยุ่งยากใจที่ชวนให้คุซานางินึกถึงการสอบปากคำ แฝงอยู่ “มันเป็นข้อตกลงสำคัญระหว่างราชาตามข้อกำหนดที่ 120 ชั้นมั่นใจว่าเธอเองก็เข้าใจถึงความสำคัญของมันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นช่วยเลิกแดกดันเรื่องนี้ทีเถอะนะ”

ราชาทั้งเจ็ด ที่หลักศิลามอบพลังให้แต่ละคนต่างก็ได้รับสิทธิ์ให้ปกครอง อาณาเขตที่เฉพาะเจาะจง เรียกว่าราชอาณาเขต ในกรณีของราชาสีแดง ราชอาณาเขตของเขาคือบาร์ HOMRA ส่วนราชาสีฟ้าก็มีตึกกรมกฎหมายสำมะโนภาคพื้นโตเกียวสาขาที่ 4 ระเบียบกำหนดไว้ว่าราชาจะต้องต่ออายุสิทธิ์การครอบครองราชอาณาเขตทุกปีปีละ ครั้ง

สาเหตุที่คุซานางิอุตส่าห์ลากขาตรงมายังพื้นที่ของเซ็ป เตอร์ 4 ที่เรียกได้ว่าเป็นศัตรูของแคลนสีแดงด้วยความตั้งใจของตัวเองก็เพราะการต่อ อายุตามระเบียบการจะต้องทำที่สาขา 4 ของกรมกฎหมายสำมะโนภาคพื้นโตเกียวนี้

“มิ ได้ ในฐานะที่เป็นแคลนส์แมน ผมถือว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องเคารพและถ่ายทอดความคิดเห็นและความต้องการของ ราชาของผมอย่างเต็มกำลังความสามารถ”

ปกติแล้วแค่การเสแสร้ง เป็นสุภาพเจือการถากถางประชดประชันของคุซานางิก็เพียง พอจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามพูดไม่ออกได้แล้ว แต่มุนาคาตะกลับยังนิ่งเฉย

“หมายความว่าเขาไม่เคยคิดจะมาด้วยตัวเอง ถึงได้ส่งแต่ตัวแทนมาทุกครั้ง อย่างงั้นสินะ”

นายเองก็เหอะ รู้อยู่แก่ใจแล้วยังมาถาม คุซานางิคิดด้วยความสับสน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยักไหล่ “ช่วยไม่ได้จริง ๆ ที่ราชาสีแดงของเรานอนหลับระหว่างเวลาทำการของฝ่ายต้อนรับของคุณ”

มุนาคาตะหัวเราะเบา ๆ ส่วนหนึ่งเพราะคิดไม่ถึง “เข้าใจล่ะ เป็นข้ออ้างที่ยอมรับได้อย่างสมบูรณ์แบบจริง ๆ”

คุ ซานางิไม่คิดจะร่วมคุยเรื่องจิปาถะซึ่งมีแต่จะทำให้ตัวเองเพลียเอาทีหลัง เขาจึงพยายามหาจังหวะจากไปให้เร็วที่สุด “ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้วล่ะก็”

“จะว่าไปแล้ว” มุนาคาตะพูดขึ้นเหมือนจะกันไม่ให้คุซานางิจากไป
“ถ้า ไม่เป็นการรบกวน ช่วยชี้แจงหน่อยได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนและหลังเหตุการณ์เมื่อวันก่อนที่ พวกนายจัดการกับองค์กรศัตรูกับคนในนั้น ทางนี้เองถ้ามีโอกาสก็อยากจะให้ช่วยประหยัดเวลากับแรงงานที่จะต้องรวบรวม หลักฐานน่ะนะ”

“อา เรื่องนั้น คือว่า หลังจากคุยกับคนของเราแล้ว...” คุซานางิโดนลากไปตามบทสนทนา แต่เขาไม่สามารถจะบอกความจริงที่เกิดขึ้นกับมุนาคาตะได้อยู่แล้ว ดังนั้น… “เรื่องนั้นยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ ผมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งเร็ว ๆ นี้แหละ” เมื่อเลี่ยงคำถามได้แล้วคุซานางิก็หันหลังด้วยความตั้งใจว่าคราวนี้จะกลับ แล้วแน่ ๆ “ถ้างั้นผมขอตัว”

เออ จะว่าไป” มุนาคาตะหยุดเขาไว้อีกครั้ง “เมื่อวานสัตว์ที่มีพลังพิเศษตัวหนึ่งที่เราดูแลอยู่ตีกับแมวที่เดิน เตร่อยู่ในเขตรับผิดชอบของเรา”
“หา...?”

คุซานางิ รู้สึกได้ในทันทีว่าหัวข้อสนทนาเปลี่ยนไปอย่างมั่วซั่ว เขาลองคาดเดาแรงจูงใจของมุนาคาตะจากทิศทางที่การสนทนานี้มุ่งไป และทันใดนั้นเขาก็เข้าใจ มุนาคาตะไม่ได้สนใจเลยว่าพวกเขาจะคุยกันเรื่องอะไร เขาเพียงต้องการจะซื้อเวลา
“...เอ่อ เพิ่งนึกได้ว่ามีธุระด่วนต้องรีบไปจัดการ!” คุซานางิรีบพูดเสียงดัง เพราะถ้าชักช้าก็เสี่ยงต่อการถูกดึงเข้าไปมีเอี่ยวกับอะไรที่ไม่น่าพิศมัย ณ จุดนี้เขาไม่สนใจจะรักษามารยาทอีกต่อไปแล้ว

และก็เป็นไปตาม ความคาดหมาย มุนาคาตะเองก็เริ่มร้อนรน ถึงแม้ว่าท่าที่เขาประสานมือเข้าด้วยกันบนโต๊ะจะไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนคิ้วกลับขมวดเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่ได้ บ่งบอกถึงความอึดอัดใจ เขารู้สึกได้ว่าถูกคุซานางิจับทางได้จึงตัดสินใจพูดตรง ๆ อย่างไม่สนใจจะรักษาหน้าตาด้วยอีกคน “ถ้าเธอกลับไปตอนนี้ เป็นไปได้อย่างมากว่าชั้นจะโดนยัดเยียดให้รับผิดชอบส่วนของสองคน”

ก่อน การพบกันนี้ มุนาคาตะเจอรองผู้บังคับการของเขามุ่งหน้าไปที่ห้องครัวของสำนักงานอย่างกระ ตือรือล้น คาดว่าเธอคงตั้งใจจะแสดงความเอื้อเฟื้อของเซ็ปเตอร์ 4 กับแขกของมุนาคาตะ เขามั่นใจว่าอีกไม่กี่อึดใจเธอจะมาถึงที่นี่พร้อมกับเอาเจ้าสิ่งนั้นที่เป็นขนมแกล้มน้ำชาแค่ชื่อกองใหญ่มาด้วย

“ฮ่าฮ่าฮ่า คือบังเอิญวันนี้อิ่มแล้ว ไม่สิ แบบว่า น่าเสียดายจริง ๆ ~”
คุ ซานางิขยับไปข้างหลังโดยไม่ฝืนกลั้นหัวเราะ เขาค่อย ๆ เคลื่อนที่ช้า ๆ แต่มั่นคงไปยังประตู และในจังหวะที่เขาไปถึง... “ขอให้โชคดีในการศึก ราชาสีฟ้า!” คุซานางิทิ้งท้ายและไถลตัวจากไป

คุซานางิกำลัง มุ่งหน้ากลับไปตามทางเดินด้วยฝีเท้าว่องไว และที่ระเบียงทางเดินหนึ่งเขาก็พบกับอาวาชิมะ เซริรองผู้บังคับการของเซ็ปเตอร์ 4 กำลังถือถาดที่ตรงตามความคาดหมายของเขา พูดให้ชัดก็คือ มีสิ่งนั้นกองเป็นภูเขาอยู่จนแทบจะฝังถ้วยชาหรือแม้แต่ไอร้อนจนมิด คุซานางิยกมือขึ้นอย่างไม่มีพิธีรีตอง “เซริจัง ขอโทษนะ พอดีวันนี้ชั้นกำลังรีบ...”
 “แหม เหรอคะ” เธอตอบกลับมาอย่างเรียบเรื่อยพอกันในขณะที่พวกเขาเดินสวนกัน
ใน ตอนนี้คุซานางิรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงความรู้สึกของการหนีออกมาจากถ้ำ เสือได้อย่างหวุดหวิด ธุระของเขาเสร็จแล้วและไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากที่เขาออกมาจากห้องผู้ บังคับการก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา เพียงแต่ว่า... นะโมตัสสะ  แม้ว่าจะขัดกับความคิดเห็นและความต้องการของราชา แต่คุซานางิก็รู้สึกว่าอยากจะสวดมนตร์ซักบทสองบท
--o--

มุนาเป็นที่รักของทีมงานจริง ๆ โดนตะหลอด 55555
แอบชอบให้มุนาคาตะกับคุซานางิปะทะคารมกันอยู่นะคะ ในดราม่าซีดีงี้ซัดกันมันหยดติ๋ง ปากร้ายทั้งคู่เลย
ส่วนอาวุธร้ายแรงที่สุดในเรื่องขอยกให้กับอาวุธสุดยอดของเซริจัง ปราบได้แม้แต่ราชา
ปอลิง บางประโยคจะไม่ได้มาจากภาษาอังกฤษนะคะ บางทีนึกคำไม่ออกเลยไปเปิดแบบยุ่นเอา เลยจะต่างกันนิดหน่อย

วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2556

[แปล] K Guide Book Novel vol. 3 Kingdom

K Guide Book, vol. 3 Kingdom by Raikaku Rei
Kingdom by Raikaku Rei
อาณาจักร โดย ไรคาคุ เร

English Translation: http://chilly-territory.tumblr.com/post/51789092599/k-guide-book-vol-3-kingdom-by-raikaku-rei

หลัง จากซุโอกลายเป็นราชาก็มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่คุซานางิไม่สามารถจะสลัดความ รู้สึกว่าตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางพายุออกไปได้ ตั้งแต่วินาทีที่ดาบยักษ์ปรากฏขึ้นเหนือหัวของซุโอ วินาทีที่เขาจับมือเพื่อนที่ห่อหุ้มด้วยเปลวไฟ โลกทั้งโลกของเขาก็เปลี่ยนไป

คุ ซานางิรู้ดีว่าตัวเองได้แหย่ขาข้างนึงเข้าไปในโลกมืดเรียบร้อยแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยนึกฝันเลยว่าที่สุดแล้วตัวเองจะย่างเท้าเข้าไปสู่โลกเหนือ ธรรมชาติที่ผู้คนมีพลังเหนือล้ำกว่าความสามารถของมนุษย์ไปไกลโข พวกเขาทั้งสามคนถูกดึงเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่แสนจะแปลกประหลาดครั้งแล้ว ครั้งเล่าในขณะที่ถูกโลกที่ไม่รู้จักนี้หยอกล้อ ราวกับว่าต้องการจะกลืนกินพวกเขาเข้าไป ยิ่งกว่านั้นยังตกเป็นเครื่องเล่นของถ่านคุไฟสีแดงที่ถือกำเนิดจากภายในตัว พวกเขาทั้งสามคน
ไฟที่คุซานางิได้รับมาจากซุโอนั้นเกินกำลังที่เขาจะ ควบคุมได้ เขาจึงต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งไปในการเรียนรู้วิธีการใช้ความสามารถของตัวเอง แต่ถึงกระนั้น ไฟของคุซานางิก็เทียบไม่ได้เลยกับพลังอันยิ่งใหญ่ของซุโอ มันคือไฟประลัยกัลป์ที่จะเผาทุกอย่างที่ขวางหน้าจนราบเป็นหน้ากลอง ซุโอเก็บตัวอยู่ในบาร์ HOMRA และพยายามอย่างหนักที่จะกดมันเอาไว้ ในร่างของเขามีลาวาที่ร้อนแรงเดือดพล่านอยู่ และแม้แต่คุซานางิเองก็ยังมีเวลาที่ถูกกดดันเมื่ออยู่ต่อหน้าออร่าที่รุนแรง ที่ซุโอปล่อยออกมาราวกับเป็นเทพมาร

กริ๊ง เสียงกริ่งที่ประตูดังขึ้น คนในร้านสองคนหันมาทางคุซานางิที่เพิ่งกลับมา

“กลับมาแล้วเหรอ คุซานางิซัง!” โทสึกะยิ้มให้คุซานางิ ส่วนซุโอทักทายง่าย ๆ ด้วย “ไง” พร้อมกับสูบบุหรี่ไปด้วย

คุซานางิผ่อนคลายแล้วยิ้มตอบ “พวกนายทำอะไรกันอยู่”

ซุ โอนั่งขี้เกียจอยู่บนสตูลในขณะที่โทสึกะยืนอยู่ข้างหลังพร้อมกรรไกรในมือ ถึงคุซานางิจะถามว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ แต่คำตอบที่เป็นไปได้ก็ค่อนข้างจะชัดเจนอยู่แล้วว่าในที่สุดซุโอก็คิดจะ จัดการตัวเองให้เรียบร้อยขึ้นอีกนิด ตั้งแต่ซุโอกลายเป็นราชาเขาก็ไม่มีเวลาพอจะมาดูแลภาพลักษณ์ของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ผมจึงยาวขึ้นและก็เห็นอยู่แล้วว่าโทสึกะกำลังตัดมันอยู่ เรื่องนี้หมายความว่าซุโอเองก็กำลังจะควบคุมพลังของตัวเองได้แล้ว หนวดเคราที่ยาวเพราะไม่ได้โกนหายไปจากใบหน้าของซุโออย่างหมดจดดูสดชื่น เกลี้ยงเกลา

 “กำลังตัดผมให้คิงอยู่น่ะ ฝีมือชั้นใช้ได้เลยใช่มั้ย”
“นายนี่มีพรสวรรค์ในเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกแล้วนะ หือ... ตรงที่ยาว ๆ ลงมาปรกหน้า 2 เส้นนี่อะไร”
“ขอบคุณที่ถาม!” โทสึกะยืดอกอย่างภาคภูมิใจ “มันคือหนวด!”
“หา?”
“ก็ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่พวกเรามีศัตรูเยอะใช่มั้ยล่ะ แถมตอนนี้เรายังอยู่ในสถานการณ์ที่จับต้นชนปลายไม่ถูกอีก เพราะฉะนั้นหนวดนี่จะช่วยตรวจจับตัวตนของศัตรู เป็นการช่วยให้คิงป้องกันตัวได้ดีขึ้น! ไม่ใช่แค่นั้นนะ! หนวดนี่ยังมาพร้อมกับโทรจิต! …โอ๊ย!” โทสึกะพูดไม่หยุดเหมือนโฆษณาบางประเภทในทีวีจนโดนซุโอเขกหัวจากข้างหลัง เพื่อจะหยุดการพูดพล่ามของเขา ภาพที่คุซานางิเห็นนี้ยืนยันการคาดเดาที่ว่าซุโอกลับมาเป็นตัวเขาคนเดิมจริง ๆ

คุซานางิยิ้มออกมาและเดินเข้าไปหาพวกเขาทั้งสองคน

ถึง แม้โทสึกะจะเป็นแคลนแมน [ต้นฉบับญี่ปุ่นใช้คำว่า Clansman ทับศัพท์เลยใช้ตามค่ะ] ของซุโอและผ่านพิธีการมาในเวลาเดียวกับคุซานางิ แต่เขากลับไม่ได้รับพลังอะไรมากมาย และเหมือนกับจะเป็นการแลกเปลี่ยนกับเรื่องนั้น โทสึกะจึงไม่เคยพบปัญหาในการควบคุมพลังเลยแม้แต่ครั้งเดียว และไม่ใช่แค่นั้น ไฟของเขาที่มีต้นกำเนิดมาจากซุโอสามารถประสานเข้ากับไฟของซุโอได้อย่าง สมบูรณ์แบบ มันสามารถจะทำให้ไฟที่บ้าคลั่งของซุโอสงบลงได้ กับไฟของคุซานางิที่เรียกได้ว่าเป็นไฟพี่น้องกันก็มีผลเช่นเดียวกัน

ตลอด เวลาที่ผ่านมา โทสึกะคอยอยู่ข้าง ๆ พวกเขาและทำให้พลังของซุโอสงบลงในเวลาที่ชายผมแดงกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับเปลว ไฟของตัวเองพร้อมกับลากคุซานางิให้ล่มจมไปด้วยกัน

“โทสึกะ ผมนายก็ยาวมากแล้วนะ”

ผมของโทสึกะที่ยาวถึงไหล่ถูกผูกเป็นหางม้าลวก ๆ เขาเองก็เหมือนกับซุโอตรงที่ไม่มีเวลาพอจะมาดูแลตัวเอง

โท สึกะหัวเราะเรื่อยเปื่อยและเอายางที่มัดผมไว้ออก “ฮื่อ ก็คิดว่าพอตัดให้คิงเสร็จแล้วจะตัดของตัวเองอยู่เหมือนกัน” ไม่พูดเปล่า เขาเสือกกรรไกรเข้าไปในผมตัวเอง

“ตัดผมให้ตัวเองมันยากอยู่นะ ให้ชั้นทำให้เอามั้ยล่ะ” คุซานางิหยุดโทสึกะไว้ เป็นผลให้ชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่ามองขึ้นมาอย่างหวาด ๆ

“…คุซานางิซังคงไม่ตัดหนวดให้ชั้นหรอกใช่มั้ย”
“นี่นาย...ไม่เคยมีใครสอนรึไงว่าถ้าไม่ชอบอะไรก็อย่าไปทำอย่างงั้นกับคนอื่น”
“แหม ที่จริงแล้วก็อยากให้ตัวเองมีพลังพอคู่ควรกับหนวดอยู่เหมือนกัน”
พอ ได้ยินคำพูดไร้สาระที่โทสึกะพูดออกมาหน้าตาเฉย คุซานางิก็อดไม่ได้ที่จะเขกหัวกลวง ๆ นั่น จากนั้นจึงหยิบกรรไกรขึ้นมาแล้วจับให้ชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่านั่งลงบน เก้าอี้ จากนั้นจึงเริ่มตัดผมสีอ่อน

“เออ จะว่าไปแล้ว มิโคโตะ ยังจำพวกพิลึกที่ใส่หน้ากากกระต่ายที่เคยมานี่ได้รึเปล่า พวกที่พูดอะไรเกี่ยวกับระเบียบกับข้อตกลงที่มาพร้อมกับการเป็นคิงน่ะ”
“เออ”
“คือ พวกนั้นอยากให้นายเลือกราชอาณาเขต [น่าจะคุ้นกับคำว่า Kingly domain กันมากกว่ามั้ง] แล้วชั้นก็เบื่อจะวุ่นวายด้วยแล้ว เลยส่งเอกสารไปแล้วว่านายเลือกบาร์นี่เป็นราชอาณาเขต”
“อะไรคือราชอาณาเขตเหรอ” โทสึกะบิดคอมามองคุซานางิที่ยังอยู่ในขั้นตอนของการตัดผม

คุ ซานางิจับหัวโทสึกะหมุนกลับไปยังตำแหน่งเดิมและตอบคำถาม “ตามที่ได้ยินมา มันคืออะไรที่เหมือนกับเขตแดนที่ราชาเป็นเจ้าของ แม้แต่ราชาด้วยกันเองก็ผ่านเข้ามาไม่ได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง”
“หืออ... แต่คิงไม่มีอะไรที่คนทั่วไปเค้าพูดว่า ‘นี่เป็นสมบัติของชั้น’ ได้นี่นา”
“ก็ ใช่น่ะสิ แถมจะไปใช้ห้องเช่าเป็นราชอาณาเขตก็ไม่ได้อีก คนให้เช่าได้ตกใจตายกันพอดี โชคยังดีที่มีร้านนี่อยู่” คุซานางิเหลือบมองซุโอ
“เพราะฉะนั้นนายไปจัดของบนชั้นสองแล้วมาอยู่ที่บาร์นี้ซะ”
“...แน่ใจเหรอ”
“แน่ ใจสิ ตั้งแต่ลุงชั้นเสียชั้นสองก็ไม่ได้ใช้อะไรอยู่แล้ว” คุซานางิพูดและยิ้มให้ซุโอ จากนั้นจึงเคลื่อนสายตากลับมาที่หัวของโทสึกะและขยับกรรไกร แต่ละครั้งที่หุบกรรไกร ผมเส้นใหม่ก็ร่วงลงที่พื้น
แม้จะรู้ว่าคุซานา งิกำลังตัดผมของเขาอยู่ โทสึกะก็ยังบิดคอไปมาเพื่อสำรวจสภาพภายในบาร์ “งั้นเหรอ ...ที่นี่จะกลายเป็นอาณาจักรของคิง” โทสึกะพูดในขณะที่อารมณ์ที่ลึกซึ้งปรากฏบนใบหน้า รอยยิ้มของเขาสะท้อนให้เห็นความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ความดีใจ ภาคภูมิใจ และมีความเจ็บปวดปนอยู่เล็กน้อย
เมื่อคุซานางิมองไปรอบบาร์ เขาเองก็มีความรู้สึกแบบเดียวกัน สภาพในบาร์ตอนนี้ดูสกปรกและขาดการดูแล ร้านนี้ใช้งานไม่ได้มาระยะหนึ่งแล้วและคุซานางิก็ปล่อยมันไว้แบบนั้นโดยที่ ไม่แม้แต่จะทำความสะอาด นอกจากนี้บางส่วนของบาร์ยังเสียหายจากปัญหาหลาย ๆ อย่าง รอยไหม้จากช่วงที่ซุโอและคุซานางิควบคุมพลังไม่ได้เองก็กระจายอยู่ทั่วไป
หลัง จากมองไปรอบ ๆ เพิ่มจากเดิม ทันใดนั้นสิ่งรบกวนที่แฝงอยู่ในรอยยิ้มของโทสึกะก็หายไปกลายเป็นรอยยิ้มที่ สดใสไร้กังวล เขาหันไปทางซุโอและคุซานางิและส่งยิ้มให้ทั้งสองคน “มาทำให้ที่นี่เป็นประเทศที่ดีกันเถอะ!”

คุซานางิเองก็ยิ้ม ออกมาราวกับถูกดึงดูดด้วยความร่าเริงของโทสึกะ “...ตกลง ก่อนอื่นก็ต้องทำความสะอาดแล้วก็ตกแต่งภายในซะใหม่ แล้วเราก็จะเปิดบาร์ HOMRA ฉบับปรับปรุงใหม่กัน”

คุซานางิตั้งใจว่าจะให้อีกสองคน ช่วยเขาปัดกวาดเช็ดถูบาร์ให้สะอาดเอี่ยม ซื้อเฟอร์นิเจอร์มาเปลี่ยนแทนชิ้นที่เสียหาย และกลับไปรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับคนส่งสินค้าที่เขาหยุดติดต่อด้วยมาพักใหญ่ เขาอยากจะเปลี่ยนภาพพจน์บาร์เสียใหม่ให้เป็นของตัวเองอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นจึงต้องเปลี่ยนเคาท์เตอร์บาร์ด้วยของใหม่ที่ตรงตามรสนิยมของเขา
ใน ที่สุด โลกของพลังเหนือธรรมชาติที่ขาดสัมผัสแห่งความเป็นจริงและหยอกล้อกับพวกเขา ทั้งสามคนเหมือนของเล่น กับโลกอันคุ้นเคยของชีวิตตามปกติที่คุซานางิจะต้องยืนอย่างมั่นคงและใช้ ชีวิตอยู่ ก็เริ่มจะซ้อนเข้าด้วยกัน

มาทำให้ที่นี่เป็นประเทศที่ดี ทำให้เป็นบาร์ที่ยอดเยี่ยมกัน

บาร์ HOMRA จะเป็นทั้งอาณาจักรของซุโอและร้านของคุซานางิ โทสึกะจะเอาของที่สนุกสนานมาและแต่งแต้มสถานที่นี้ด้วยสีของความยินดี

มุมปากของคุซานางิยกขึ้นในขณะที่เขามองไปยังคนสองคนที่จะร่วมสร้างอาณาจักรขึ้นด้วยกัน

เรื่องราวใหม่ของพวกเขากำลังจะเริ่มต้นขึ้น

--o--

เราชอบนิยายสั้นชุดนี้หลายเรื่องเลยค่ะแต่แปลอันนี้ก่อนเพราะง่ายสุด

อ่าน แล้วก็อยากสครีมทาทาระโพนี่เทลกับมิโคโตะหนวดดกเบา ๆ เวอร์ชั่นหนวดดกนี่น่าจะเอาไปประชันกับมุนาคาตะตอนถอดแว่นในดราม่าซีดีว่า ใครจะเรื้อนกว่ากัน XD

แล้วดันเปิดเผยความจริงว่าไอ้นั่นคือ หนวดจริง ๆ ด้วย ทาทาระไม่ไหวจะเคลียร์ มิโคโตะก็โคตรจะตามใจ ให้ตัดตามใจชอบเลยนะ ชักอยากรู้แล้วว่าแฟชั่นของมิโคโตะนี่เลือกเองหรือใครแต่งให้กันแน่ 5555

แต่ พูดก็พูดเถอะ แปลเสร็จแล้วดันนึกถึงตอนจบซีซั่นขึ้นมา เศร้าซะไม่มีดี แถมยังคำพูดโปรโมทมูวี่นั่นอีก ยังไงก็อยากจะให้สามคนนี้อยู่ที่บาร์ตลอดไป เคยเจอโดที่เขียนให้ทาทาระรอมิโคโตะอยู่ที่บาร์ในโลกโน้นด้วยล่ะคะ แล้วก็บอกว่าจะดูแลบาร์ไปก่อนจนกว่าคุซานางิจะมา โอย กระแทกใจ เรื่องนี้เราว่าคุซานางิชีวิตรันทดที่สุดเลย เสียทาทาระไปแล้ว มิโคโตะยังจะดื้อตามไป ทิ้งคุซานางิไว้คนเดียว คุซานางิก็ต้องปล่อยไปทั้ง ๆ ที่รู้ เฮ่อ เรื่องมันเศร้า ภาคใหม่เป็นมูวี่ก็เศร้า อยากได้ซีซั่นสองแบบยาว ๆ หน่อย ชักจะบ่นมากไปแล้ว จบดีกว่า
ไว้เจอกันคราวหน้าค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

[Translation] K - Come to Totsuka Animal Park!

I have final exam. tomorrow, so this is the result.

Tatara: Come to thing about it! Fushimi must be a bit lack of calcium!
On the bag: Dried sardines
Tatara: See, it’s a fish a fish~
Misaki: It’s no use, Totsuka-san. The only fish that guy eat is the one that mixed with peanut.
Misaki: Raw fish is a no-no and the ones with lots of bones are also too troublesome. (Totally unbalanced diet.)
Tatara: How weird for someone with cat-ear attached to him.
Izumo: Now you are eating that?
Saru: A virgin will be reading “To Love Ru” his whole life.
Misaki: I I I’m not reading!
Tatara: In this park, the one who can trouble this Totsugoro-san this much is only you…
Tatara: But I can’t overlook it anymore.
Tatara: Today is the day. Today is…
(Bottle: Cat’s shampoo)
Tatara: Let’s communication! Lets’s skinship!
Tatara: (Fushimi-kun feel good here, isn’t he? There There There There.)
Tatara: Nanoion God Bless you!! (*Drier)
Tatara: Fushimi said he will quit Homura.
Mikoto: (No surprise.)

K - ไปสวนสัตว์โทสึกะกันเลย!

แปลหน้า 4

ทาทาระ: ชั้นมาคิดดูแล้ว! ฟุชิมิต้องขาดแคลเซียมไปหน่อยแน่ ๆ !
ถุง: ปลาซาดีนตากแห้ง
ทาทาระ: เอ้า เอ้า นี่ปลาไง~
มิซากิ: ไม่ไหวหรอก โทสึกะซัง หมอนั่นกินแต่ปลาที่ผสมกับถั่วเท่านั้นแหละ
มิซากิ: ปลาดิบก็เกลียด ปลาที่มีก้างเยอะ ๆ ก็มีปัญหาอีก (อาหารไม่ครบหมู่สุด ๆ)
ทาทาระ: สำหรับคนที่มีหูแมวติดอยู่เนี่ย มันแปลกดีนะ
อิซึโมะ: แล้วนายก็กินเนี่ยนะ
ซารุ: พวกเวอร์จิ้นก็คงได้อ่าน “To Love Ru” ไปตลอดชีวิตนั่นแหละ
มิซากิ: ม ม ไม่ได้อ่านนะ!
ทาทาระ: ในสวนสัตว์นี่คนที่ทำให้โทสึโกโร่ซังคนนี้ปวดหัวได้ขนาดนี้ก็มีแต่นายนี่แหละ…
ทาทาระ: แต่ชั้นปล่อยเรื่องนี้ไว้ต่อไปไม่ได้แล้ว
ทาทาระ: วันนี้แหละ วันนี้…
(ขวด: แชมพูสำหรับแมว)
ทาทาระ: Let’s communication! Lets’s skinship! [พูดเป็นภาษาอังกฤษ]
ทาทาระ: (รู้สึกดีตรงนี้ใช่มั้ย ฟุชิมิคุง นี่แน่ะ นี่แน่ะ นี่แน่ะ นี่แน่ะ)
ทาทาระ: Nanoion God Bless you!![พูดเป็นภาษาอังกฤษ] (*ที่เป่าผม)
ทาทาระ: ฟุชิมิบอกว่าจะออกจากโฮมุระล่ะ
มิโคโตะ: (ก็คงงั้น)

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

[Translation] Natsume Yuujinchou Strip


I just happened to laugh out loud while reading so here it is.

Host: Today guest is Natori Shuuichi-san.
Natori: Oh!
Natori: Mosquito…
Natori:(He’s aiming at it…? You’re aiming, aren’t you, lizard-kun?)
Natori: (D..Do your best!)
Natori: (Do your best…just a bit more.)
Natori: (Ah!)
Natori: (WHOOO)
Host: Well then Natori-san, a word to all your fan!
Natori: YOU DAMN INSECT!
Host: Natori-san!?

แบบว่าอ่านแล้วฮาออกเสียง 555
พิธีกร: แขกรับเชิญวันนี้ได้แก่นาโทริ ชูอิจิซังค่ะ
นาโทริ: โอ๊ะ!
นาโทริ: ยุง…
นาโทริ:(เล็งอยู่เหรอ…? นายกำลังเล็งอยู่ใช่มั้ย กิ้งก่าคุง!)
นาโทริ: (พ..พยายามเข้า!)
นาโทริ: (พยายามเข้า…อีกนิดเดียว)
นาโทริ: (อ๊ะ!)
นาโทริ: (โว้ยยยย)
พิธีกร: ถ้างั้นนาโทริซัง เชิญพูดอะไรกับแฟน ๆ ซักคำค่ะ!
นาโทริ: ไอ้พวกมดปลวก! [จริง ๆ ด่าว่าไอ้แมลงค่ะ]
พิธีกร: นาโทริซัง!?

วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2556

[Translation] Utapri - Junior is a senior cat. [Camus & Cecil]


Utapri - Junior is a senior cat. [Camus & Cecil]

When waking up, He has already turned into a cat.
Camus: #^&*())_!! (Silk palace’s language)
Camus: Meow Meowwww Meowwwww!!! (Aijima~~~)
Junior also turned into a cat.
Camus: … …

Cecil: Why did something like this… (He got woken up.)
Camus: I’m the one who want to ask!
Camus: Something magical like this must be your country’s thing!!
Cecil: Agna’s magic…? Don’t tell me…
Cecil: [Which remind me, last night, when I offered my prayer to Muse… …]
Camus: Hmm
Camus: What is it about cats anyway?
Camus: They don’t event listen to people’s words. (-> Television)
Camus: Dogs are much better.
Alexander: Bow.

Cecil: Camus just doesn’t understand, compares to the devils in dog form, cats are more splendid.
Muse: It is as you said.
Cecil: That voice…
Muse: Cats are really cute creatures.
Muse: I can make that person realize how good cats are, can’t I…?
Muse: You too, please lend a hand…
Cecil: …
Cecil: It’s Camus’s fault!!
Camus: Bastard! Stop that false accusation!!

One way or the other, the explaination is done.
Cecil: Even if we fight, it will be no end to it. Let’s try to do various things so that Camus will understand.
Cecil: Please come with me.
Camus: Fine. Let’s go with you plan.
Cecil: This is where the possibility of turning back is highest.
Camus: What? It’s just office dorm., isn’t it? Hmm?
[Running Sound]
Haruka: Kuppuru!?
Haruka: Where have you been? I haven’t seen you in a long time.
Haruka: I’ve been worrying.
Haruka: Oh? Are you Kuppuru’s friend?

Haruka: Umm… If you don’t have a name, I can’t call you. Then umm… For the time being …
Haruka: Fluffy(FuwaFuwa) and …
Haruka: White (Shiroi) so …
Haruka: Fuwashii… or so I think.
Camus: !?
Camus: “Fuwashii”…? Could that be my name…? Such..such girlishness… are attached to my name…!?
Camus: Unforgivable!!

Haruka: Fuwashii seems to like melon pan too, don’t you?
Calmed down already.>
After-meal licking.>
Haruka: I’m working right now so take your time.
Camus: Is this what to do after meal…?
Camus: D..
Camus: Difficult…
Camus: … … …!!

Cecil: Could it be that Camus can’t even mend his own hair?
Camus: What. Of course, I can!!
Cecil: Then, how about jumping?
Cecil: Hunting?

Cecil: Camus doesn’t become a cat at all. I will be the one to taught you about what it is like to be a cat? (He used a high and mighty tone here.)
Camus: Ho…? Bring it on.
Cecil: First of all is hunting. Try crouching down please.
Camus: Like this?
Cecil: WRONG!!
Cecil: The most important thing in hunting is explosive power.
Cecil: With Camus’ posture, the game will just fly away.

Cecil: You’re an IDIOT, if you can’t do just this much. IDIOT. IDIOT.
Camus: Bastard.
Cecil: Next is this.
Camus: Mu.
Cecil: Please sniff it.
Camus: What the heck is this…? A twig…?
Camus: !!
Camus: What is this smell… …? A sensation I never… It welling up from the depth of my body!!

Camus: Aijimaa!!
Camus: What did you do to me!
Cecil: I did nothing.
Cecil: This is Matatabi. Cats are useless when face with this smell.
Cecil: Relaxing your body is just the right course of action.
Cecil: It’s better not to go againt this sensation.
Camus: IDIOT.

Camus: To which level do you intend to ridicule people! I won’t listen to you anymore.
Cecil: Being able to get a revenge for always treated like an idiot is so refreshing.
Cecil: Ha!
Cecil: I must teach Camus about how good cats are or else..!?
Cecil: I let my anger get the best of me as usual. At this rate, it will backfire!!
Cecil: Camus!
Cecil: If this going on, I will also can’t go back to the way I was!!


Camus: That bastard Aijima, doing that kind of behaviors while imposing on people…
Camus: Mu,
Camus: A..
Camus: Alexander!?
Camus: I..I am your master, Camus!!
Camus: I must flee before became his toy… …

Alexander: Wahhhhhhhhh Masterrrrrrrrr <3 br="">Camus: MeowMeowMeow!?(You understand what I say!?)
Alexander: Bow!(Of course!) Bowww (How can I not understand!)
Camus: Dogs and Cats’ language should be different but
Camus: to hand down to it, this is the prove of I and Alexander’s strong bond. As expected from my dog.
Camus: W..What are you doing while I’m praising you!! LET GO.
Camus: IDIOT…

Camus: Hmm?
Alexander: Master looks tired. I can understand.
Camus: …Certainly.
Camus: Today, I’ve continued to stress since woken up, maybe I’m tired. I will rest a bit.
Alexender: Yes <3 br=""><…And like this>

Muse: I see you already understand.

Muse: I’m satisfied, if you can understand cats even for a little. Now, let’s turn you back to your former self.
Muse: But the prince of Agna forgot my request… If he doesn’t reflect on it for a little… …

Cecil: Meow.
Cecil: Meowww.
Camus: …Aijima?
Camus: You’re noisy. Hmm?
Camus: I’ve turn back?!
Alexander: Bow <3 br="">Camus: H..Human hand…
Alexander: Bow <3 br="">Camus: But Aijima is still a cat.

Camus: … …
Camus: I’ve received favor from you earlier.
Camus: I’m also not a demon that will leave the pityful junoir as is.
Camus: As gratitude, Let me take care of you until you turn back.
Camus: Alexander.
Camus: We’ll go buy dinner.
Alexander: Bow.
Camus: Today we’ll have fried fish!!
Cecil: MEOW~~~~~~!
Alexander: Boww!


Hahaha, he’s not taking Cecil with him.
I kinda wonder what will happen if both of them in cat form fall into Natsuki’s hands. Must be hilarious. Somebody, please draw it.



Utapri - ถ้าเป็นแมวล่ะก็รุ่นน้องเป็นรุ่นพี่ [Camus & Cecil]

พอตื่นขึ้นมาก็กลายเป็นแบบนี้ไปซะแล้ว
คามิว: #^&*())_!! (ภาษา Silk palace)
คามิว: เมี้ยว เมี้ยวว เมี้ยวววว!!! (ไอจิมะ~~~)
รุ่นน้องก็กลายเป็นแมวเหมือนกัน
คามิว: … …

เซซิล: ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้… (ถูกปลุก)
คามิว: ชั้นต่างหากที่อยากจะถาม!
คามิว: อะไรที่เหมือนเวทมนตร์แบบนี้มันต้องเกี่ยวกับประเทศนายแน่ ๆ !!
เซซิล: เวทมนตร์ของอากุน่า…? หรือว่า…
เซซิล: [จะว่าไป เมื่อคืนตอนกำลังภาวนาถึงมิวส์… …]
คามิว: หืม
คามิว: แมวมันจะอะไรกัน?
คามิว: ขนาดคนพูดยังไม่ฟังเลย (-> ทีวี)
คามิว: หมายังดีกว่าตั้งเยอะ
อเล็กซานเดอร์: โฮ่ง!

เซซิล: คามิวนั่นแหละไม่เข้าใจ เทียบกับปีศาจอย่างหมาแล้ว แมวดีกว่าเป็นไหน ๆ
มิวส์: อย่างที่เธอพูดนั่นแหละ
เซซิล: เสียงนี่…
มิวส์: แมวเป็นสิ่งมีชีวิตที่แสนน่ารัก
มิวส์: หากจะทำให้คนคนนั้นเข้าใจข้อดีของแมวคงจะไม่เป็นไรกระมัง…
มิวส์: เธอเองก็ช่วยร่วมมือด้วยเถอะนะ…
เซซิล: …
เซซิล: ความผิดของคามิวนั่นแหละ!!
คามิว: แก๊! อย่ามากล่าวหากันมั่ว ๆ นะ!!

จะยังไงซะก็อธิบายเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เซซิล: ถึงจะทะเลาะกันไปก็ไม่จบไม่สิ้นซักที เรามาลองทำอะไร ๆ ให้คามิวเข้าใจดีกว่า
เซซิล: ช่วยมาด้วยกันหน่อยครับ
คามิว: ก็ได้ เอาตามแผนนายแล้วกัน
เซซิล: ที่นี่เป็นที่ที่ความน่าจะเป็นที่จะได้กลับร่างเดิมสูงสุดครับ
คามิว: อะไรกัน ก็แค่หอของสำนักงานนี่ หือ?
<เสียงวิ่ง>
ฮารุกะ: คุปปุรุ!?
ฮารุกะ: หายไปไหนมา ไม่ได้เจอกันตั้งนาน
ฮารุกะ: ชั้นเป็นห่วงมาตลอดเลย
ฮารุกะ: อ้าว? เธอเป็นเพื่อนคุปปุรุเหรอจ๊ะ?

ฮารุกะ: เอ… ถ้าไม่มีชื่อก็เรียกไม่ได้ ถ้าอย่างงั้น อืม… เอาเป็นว่า…
ฮารุกะ: ขนฟู (FuwaFuwa) แล้วก็ …
ฮารุกะ: สีขาว (Shiroi) ก็เป็น …
ฮารุกะ: ฟุวะชี่… ล่ะมั้ง
คามิว: !?
คามิว: “ฟุวะชี่”…? อย่าบอกนะว่านั่นคือชื่อของชั้น…? เอา…เอาของหวานแหวว…แบบนั้นมาเป็นชื่อชั้น…!?
คามิว: ยกโทษให้ไม่ได้!!

ฮารุกะ: ฟุวะชี่ก็ชอบเมล่อนปังเหมือนกันสินะ
<คามิว=>ใจเย็นลงแล้ว>
<เซซิล=>เลียขนหลังอาหาร>
ฮารุกะ: ชั้นกำลังทำงานเพราะฉะนั้นทำตัวตามสบายนะจ๊ะ
คามิว: หลังอาหารแล้วต้องทำแบบนั้นเหรอ…?
คามิว: ย..
คามิว: ยาก…
คามิว: … … …!!

เซซิล: อย่าบอกนะว่าแค่จัดขนตัวเองคามิวก็ทำไม่ได้แล้ว?
คามิว: ว่าไงนะ ต้องทำได้อยู่แล้วสิ!!
เซซิล: งั้น การกระโดดล่ะ?
เซซิล: ล่าเหยื่อล่ะ?

เซซิล: คามิวไม่ได้กลายเป็นแมวเลยนี่ เดี๋ยวผมจะสั่งสอนให้เองว่าการเป็นแมวมันมีความหมายว่ายังไง (อารมณ์ข่มสุด ๆ)
คามิว: โฮ่…? งั้นก็ลองทำให้ดูหน่อยเป็นไง
เซซิล: แรกสุดเลยก็ต้องเป็นการล่า ไหนลองหมอบลงหน่อยสิครับ
คามิว: แบบนี้เหรอ?
เซซิล: ผิดแล้ว!!
เซซิล: สิ่งสำคัญที่สุดในการล่าก็คือพลังที่ระเบิดออกไปในชั่วพริบตา
เซซิล: ขืนทำท่าแบบคามิว เหยื่อก็หนีไปได้กันพอดี

เซซิล: คามิวเนี่ยงี่เง่า ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ก็แสดงว่างี่เง่าครับ งี่เง่า
คามิว: แก๊
เซซิล: ต่อไปก็นี่
คามิว: หือ
เซซิล: ลองดมดูสิครับ
คามิว: นี่มันอะไรกัน…? กิ่งไม้…?
คามิว: !!
คามิว: กลิ่นนี่มันอะไรกัน… …? ความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน… มันเอ่อล้นขึ้นมาจากก้นบึ้งของร่างกาย!!

คามิว: ไอจิมะ!!
คามิว: นี่แกทำอะไรชั้น!
เซซิล: ไม่ได้ทำอะไรเลยครับ
เซซิล: นี่คือมาทาทาบิ ต่อหน้ากลิ่นนี่ แมวก็ไม่ไหวแล้วล่ะครับ
เซซิล: การผ่อนคลายร่างกายเป็นวิธีที่ดีที่สุด (เวลาเจอมาทาทาบิ)
เซซิล: เราไม่ควรจะไปต่อต้านความรู้สึกนี้
คามิว: โง่เง่า

คามิว: คิดจะดูถูกคนอื่นไปถึงขั้นไหนกัน! ไม่รู้ด้วยแล้ว
เซซิล: ได้เอาคืนที่ถูกทำเหมือนเป็นพวกงี่เง่่ามาตลอดนีสดชื่นดีจังเลย
เซซิล: อ๊ะ!
เซซิล: ผมต้องสอนคามิวว่าข้อดีของแมวคืออะไรนี่ ไม่งั้น..!?
เซซิล: เผลอโกรธไปเหมือนทุกทีจนได้ แบบนี้ก็ได้ผลตรงกันข้ามน่ะสิ!!
เซซิล: คามิว!
เซซิล: ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ผมเองก็จะกลับร่างเดิมไม่ได้เหมือนกัน!!

<ห้องคามิว>
คามิว: เจ้าบ้าไอจิมะ มารบกวนคนอื่นเค้าอยู่แล้วยังจะทำท่าทางแบบนั้นอีก…
คามิว: หือ
คามิว: อ..
คามิว: อเล็กซานเดอร์!?
คามิว: ช..ชั้นคือเจ้านายแกนะ คามิวไง!!
คามิว: ต้องรีบหนีก่อนจะกลายเป็นของเล่น… …

อเล็กซานเดอร์: หวาาาาาาาาาาา เจ้านายยยยยยยยยยยยย <3 br="">คามิว: เมี้ยวเมี้ยวเมี้ยว!?(นี่นายเข้าใจที่ชั้นพูดเหรอ!?)
อเล็กซานเดอร์: โฮ่ง!(ครับ!) โฮ่งงง (จะไม่เข้าใจได้ยังไงกันล่ะ!)
คามิว: ภาษาของหมากับแมวควรจะต่างกัน
คา มิว: แต่ถ้าเป็นแบบนี้ ก็เท่ากับเป็นหลักฐานว่าความผูกพันธ์ระหว่างชั้นกับอเล็กซานเดอร์แข็งแกร่ง แค่ไหนสินะ สมแล้วที่เป็นหมาของชั้น
คามิว: จะ..จะมาทำอะไรตอนที่ชั้นกำลังชมแกอยู่น่ะ!! ปล่อย
คามิว: เจ้าบ้า…

คามิว: หืมม?
อเล็กซานเดอร์: เจ้านายดูเหนื่อย ๆ ผมรู้นะ
คามิว: …ก็จริงนะ
คามิว: วันนี้ตั้งแต่ตื่นมาก็เครียดตลอดเลย คงจะเหนื่อยจริง ๆ ขอพักซักหน่อย
อเล็กซานเดอร์: ครับ <3 br=""><…ถ้าเป็นแบบนี้>
<ได้ นอนพักกับอเล็กซานเดอร์ในเวลาที่อยากพักไม่ใช่เรื่องที่จะมีได้บ่อย ๆ ถ้าทำตัวเอาแต่ใจแบบนี้ได้ เป็นแมวก็อาจจะไม่ได้แย่อะไร…ก็ได้…>
มิวส์: ยอมเข้าใจแล้วสินะ

มิวส์: ถ้าหากเธอเข้าใจแมวได้แม้ซักนิด ชั้นก็พอใจแล้ว เอาล่ะ มาทำให้เธอคืนร่างเดิมกันเถอะ
มิวส์: แต่เจ้าชายแห่งอากุน่าลืมคำขอร้องของชั้น… ถ้าไม่ให้สำนึกบ้างซักนิดล่ะก… …

เซซิล: เมี้ยว
เซซิล: เมี้ยววววว
คามิว: …ไอจิมะ?
คามิว: หนวกหูน่ะ หืมม?
คามิว: กลับเป็นแบบเดิมแล้ว?!
อเล็กซานเดอร์: โฮ่ง <3 br="">คามิว: ม..มือคน…
อเล็กซานเดอร์: โฮ่ง <3 br="">คามิว: แต่ไอจิมะยังเป็นแมวอยู่

คามิว: … …
คามิว: ได้นายช่วยเอาไว้หลายเรื่องเลยนะ
คามิว: ชั้นเองก็ไม่ใช่ยักษ์มารที่จะปล่อยรุ่นน้องที่น่าสงสารไว้เฉย ๆ ได้
คามิว: ให้ชั้นดูแลนายจนกว่าจะกลับร่างเดิมได้เป็นการตอบแทนละกัน
คามิว: อเล็กซานเดอร์
คามิว: เดี๋ยวเราจะออกไปซื้ออาหารเย็นกัน
อเล็กซานเดอร์: โฮ่ง
คามิว: เมนูวันนี้คือปลาย่าง!!
เซซิล: เมี้ยววววว~~~~~~!
อเล็กซานเดอร์: โฮ่งง!


5555 เซซิลโดนทิ้ง แอบสงสัยว่าถ้าคามิวกับเซซิลในร่างแมวโดนนัตสึกิเก็บไปจะเป็นยังไง ต้องฮาแน่ ๆ ใครก็ได้ช่วยวาดทีเถอะ

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2556

[แปล] UtaPri Debut Unit Drama CD ไอ & นัตสึกิ & โช

ติดเจ้าชายซะแล้ว ทั้ง ๆ ที่อยู่รอดจากการไซโคในทวีตภพมาได้ตั้งนาน มีอยู่วันนึงเครียดจัดไม่มีอะไรดูเลยโหลดมา ปรากฏว่ายิงยาว
ดูอนิเมซีซั่นแรกจบ โคตรหมั่นไส้โทคิยะ ผู้ชายขี้เก๊กปากดีนี่ยี้มากเลย *โดนแฟน ๆ รุมยำ* แต่ทำไปทำมาดันชอบที่สุดซะงั้น ก็เพลงเพราะไง หน้าตอนร้องเพลงก็น่ารักด้วย *กัดผ้าเช็ดหน้า* ก็เอาเถอะ รู้สึกเสียเชิงนิดหน่อย แต่ก็ช่วยไม่ได้
 
เสร็จแล้วก็มาหาของเสพ มิวสิคเกมก็เล่นแล้ว แต่หาแปลดราม่าไม่เจอเลย ได้อ่านแค่ของ @maruki อันเดียว ถามใน Tumblr ก็ไม่มีใครตอบ สุดท้ายเลยกลายเป็นแบบนี้ล่ะค่ะ แปลผิดแปลกากยังไงบอกกันได้นะ อยากรู้เหมือนกันว่าจริง ๆ พูดว่าไงกันแน่
 
แนะนำให้ฟังไปอ่านไป จะได้เข้าใจความเจ็บปวดของโชจังได้ดีขึ้น ლ(´ڡ`ლ)
 

 
Uta no Prince Sama♪ Debut Unit Drama CD Ai & Natsuki & Syo

Track 1 Ai wa Kitsukute Natsuki wa konai
Track 1 ไอโหดร้าย นัตสึกิหายหัว
 
ตัวหนังสือใน {} = คิดในใจ/เสียงประกอบ

ไอจัง: ถึงจะเพิ่งรู้จักกันแต่ก็เจอหน้ากันที่หอตลอด ผมว่าไม่เห็นจะต้องลงทุนลงแรงออกมาสังสรรค์กระชับสัมพันธ์กันแบบนี้เลย แต่ก็นะ

ไอจัง (เลียนเสียงซาโอโตเมะ): เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องใน master course ขอเปิดให้มีงานพบปะสังสรรค์ประจำเดือนเมษายน

ไอจัง: เหรอ? เอาเถอะ ในเมื่อเป็นคำสั่งก็ช่วยไม่ได้ ทำตามไปแล้วกัน อะ ว่าแต่ว่า สองคนนั้นมาช้าจัง …….เฮ้อ

ไอจัง: {รุ่นน้องที่ผมรับผิดชอบมีอยู่ 2 คน ชิโนมิยะ นัตสึกิกับคุรุสึ โช ชิโนมิยะ นัตสึกิเป็นอัจฉริยะของแท้ ส่วนคุรุสึ โชเป็นประเภทมุมานะ นิสัยกล้าบ้าบิ่นชดเชยกับส่วนสูง ทั้ง ๆ ที่หน้าตาท่าทางกับเพลงต่างกันไปคนละขั้ว แต่ก็ดูท่าทางจะสนิทกันดี}

โชจัง: เฮ้อ เดือนเมษาแท้ ๆ แดดดันออกแถมยังร้อนสุด ๆ ! อ๊ะ! ซวยล่ะ มาแล้วนี่
{เสียงวิ่งไปหาไอจัง}

ไอจัง: สาย!
โชจัง: อ่า ขอโทษครับ แต่นี่ก็มาก่อนเวลา 5 นาทีแล้วนะ
ไอจัง: ผมมาถึงตั้งแต่ 20 นาทีก่อนแน่ะ
โชจัง: เอ๋!? มาเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ
ไอจัง: การที่น้องใหม่ต้องมาให้ถึงก่อนรุ่นพี่มันเป็นเรื่องพื้นฐานเลยนะ
โชจัง: ต่อไปจะมาก่อนเวลา 30 นาทีครับพ้ม!
ไอจัง: ของมันแน่อยู่แล้ว
โชจัง: อูยยยย โหดเกินไปแล้ว
โช จัง: {ก่อนจะรู้จักกันเมื่อไม่นานมานี้ พวกเรารู้จักรุ่นพี่ มิคาเสะ ไอแค่จากเพลงเท่านั้น ทีวีก็ไม่ออก มีแต่เพลงออกมาอย่างเดียว ไอด้อลปริศนาที่ได้รับความนิยมก็คือหมอนี่นี่แหละ จะว่าไป ไอ้หมอนี่ เวลาอยู่ที่หอจะทำอะไรตรงเวลาตลอด ผิดไปซักนาทียังไม่มี ก็เลยคิดว่าวันนี้ก็จะมาตรงเวลาเป๊ะน่ะสิ…ทำอีท่าไหนถึงมาก่อนตั้ง 20 นาทีได้ล่ะเนี่ย!}

ไอจัง: นี่
โชจัง: อะ อะไรเหรอ
ไอจัง: จะเอาแต่ยืนไปถึงเมื่อไหร่ ไม่นั่งเหรอ
โชจัง: อะ อื้อ
{เสียงนั่ง}

ไอจัง: หืออออ
โช จัง: เออะ อึดอัด แล้วอะไรของหมอนี่อีกเนี่ย ทำไมถึงไม่พูดไม่จาแล้วมาจ้องกันแบบนี้ อ๊ากก ความเงียบนี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว มัวทำอะไรอยู่ นัตสึกิ รีบมาเร็วเข้าเซ่ ชั้นคนเดียวไม่ไหวนะ
ไอจัง: โชเนี่ย ตัวเล็กจริง ๆ เลยนะ
โชจัง: ห้ามพูดว่าตัวเล็กนะ!!! แล้วมาจ้องหน้าคนอื่นเสร็จแล้วเปิดปากมาคำแรกก็พูดอย่างงี้เนี่ยนะ
ไอจัง: อื้อ ก็ดูยังไงก็ไม่เหมือนอายุ 17 เลยนี่
โชจัง: เงียบไปซ้า!!! แบบนี้มันปกตินะ ปกติ!
ไอจัง: หือออ ปกตินะ?
{เสียงลุกจากเก้าอี้}

โชจัง: อะ อุ อะไรเล่า
ไอจัง: จะอะไรล่ะ ก็แค่วัดความสูงเอง
โชจัง: เจ้าบ้า หยุดเลยนะ!  อย่ามากดหัวนะ อุ อะ เดี๋ยวหมวกบี้หมด
ไอจัง: เอ้า เสร็จแล้ว

ไอจัง: เข้าใจล่ะ 161 เซ็นเป๊ะ ถึงเอาหมวกมาหลอกตาก็ไม่มีประโยชน์หรอก ความสูงเฉลี่ยของเด็กผู้ชายอายุ 17 อยู่ที่ 170 เซ็น เพราะฉะนั้นยังสูงไม่พอนะ อ้อ แล้วก็รองเท้านั่น ถ้าจะวัดกันจริง ๆ ล่ะก็ เอาตรงส้น 3 เซ็นนั่นมารวมกับหมวกก็จะสูงเพิ่มขึ้นอีก 9 เซ็นสินะ เป็นความพยายามที่ชวนซึ้งอยู่หรอก แต่ถ้าจะให้พูดตรง ๆ ก็เปล่าประโยชน์ล่ะนะ

โชจัง: อุ อะ กะ แก๊ ตัวเองตัวโตหน่อยทำมาเป็นภูมิใจว่าชนะนะ
ไอ จัง: ความสูงของผมอยู่ที่ 178 เซ็น ถ้าเป็นไอด้อลล่ะก็ จะสูงเกิน 180 เซ็นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะฉะนั้นจะบอกว่าตัวใหญ่ยังไม่ได้หรอก
โชจัง: อายุ 15 แต่สูงเท่านั้นมันก็ตัวโตเกินพอแล้ว!!!
ไอจัง: มันก็จริงนะ
โช จัง: {อายุ 15 เรอะ อายุแค่นี้ แต่สูงอย่างนั้น แล้วยังมาดนิ่งเกินปกตินี่อีก ว่าไปหมอนี่ก็เจ๋งไม่เบาเหมือนกันแฮะ นัตสึกิอายุมากกว่าชั้น 2 ปีก็จริง แต่จะฝั่งไหนก็เป็นอัจฉริยะของแท้ทั้งนั้น บางครั้งชั้นก็คิดนะว่าตัวเองไม่มีอะไรอยู่ในมือเลย [ประโยคนี้ฟังไม่ออกล่ะ บ่องตง ไม่ดำน้ำละกัน] วงการนี้ประสบการณ์คงจะสำคัญกว่าอายุล่ะนะ}

ไอจัง: มีอะไรเหรอ
โชจัง: เอ๊ะ อ๊ะ เปล่า แค่กำลังคิดว่านัตสึกิมาช้าจังเลยน่ะ
ไอจัง: นั่นสินะ นี่ก็เลยเวลานัดมา 4 นาที 59 วินาทีแล้ว สายสมบูรณ์แบบ
โชจัง: หวา จะละเอียดไปละ พูดว่า 5 นาทีก็ได้
ไอจัง: ทำไมล่ะ
โชจัง: เอ่อ ถึงจะมาถามว่าทำไมด้วยหน้านิ่ง ๆ นั่นก็เหอะ
ไอจัง: ยังไง สายก็คือสายอยู่ดี ถ้าไม่ทำโทษกันบ้างล่ะก็…
ไอจัง: อ้อ ใช่ ใช่ นี่ถือว่าเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ถ้าไม่มาใน 5 นาทีนี้ล่ะก็ โชเองก็ต้อง…
โชจัง: อ๊ากกก จะรีบไปตามเดี๋ยวนี้ครับ
{เสียงโชจังวิ่งออกจากร้านไป}
ไอจัง: …เฮ้อ

{เสียงโชจังวิ่งกับกดมือถือ}
นัตจัง: ฮัลโหล
โชจัง: มาฮัลโหลอะไรเล่า ไอ้บ้าห้าร้อย!! ตอนนี้อยู่ไหน
นัตจัง: อือออออ ที่ไหนกันน้า
โชจัง: ที่ไหนกันน้าอะไรของแก๊ ชั้นเป็นคนถามนะ ไอ้เจ้าบ้า! นี่ อย่าบอกนะว่าหลงทาง
นัตจัง: อื้อ เป็นเด็กหลงแล้วล่ะ โชจังรู้ดีจังเลยนะ ยอดไปเลย
โชจัง: มันใช่เวลามาชื่นชมมั้ย!!! แถวนั้นมีอะไรเป็นจุดสังเกตบ้างรึเปล่า
นัตจัง: เอ อ๊า! มีต้นไม้ต้นใหญ่อยู่ล่ะ สงสัยจะเป็นต้นแปะก๊วย นี่ โชจังคิดว่าไงมั่ง
โชจัง: จะไปรู้เรอะะะะะะะะะะ!!! ไม่มีจุดสังเกตอื่นแล้วเรอะไง!!!
นัตจัง: จุดสังเกต จุดสังเกต ฮ้าาาาา!!!
โชจัง: หา มีอะไร เกิดอะไรขึ้น
นัตจัง: อะ ฮ้าา น่ารักจังเลย นี่ โชจังดูสิ ดูสิ ตุ๊กตาน่ารักม๊ากมากล่ะ
โชจัง: ก็บอกว่ามองไม่เห็นไงเล่า แล้วมันใช่เวลาทำแบบนี้ที่ไหนกัน รุ่นพี่รออยู่นะว้อย
นัตจัง: อือ แต่ว่า แพนด้าจังทางนี้ก็ lovely สุด ๆ ไปเลย ฮะ แย่แล้ว ทนไม่ไหวแล้ว แพนด้าจางงงงง
{ปั้ก}
นัตจัง: อุบ
โชจัง: เฮ้ เป็นไรไป เกิดอะไรขึ้น
นัตจัง: โอ๊ย เจ็บ เจ็บ เจ็บ ผมจะกอดแพนด้าจัง หัวเลยโขกกับกระจกเลย
โชจัง: โอย ทำอะไรของนายเนี่ย โธ่
นัตจัง: อ๊ะ แมมโบ้ซังล่ะ ตรงนี้ก็มีนากซังด้วย เป็นร้านที่วิเศษอะไรอย่างงี้
โช จัง: ถ้าจู่โจมร้านแฟนซีย่านร้านค้าได้ก็แปลว่าอยู่นั่นสินะ ก็ดีกว่าให้เดินมั่วซั่วล่ะนะ เฮ้ นัตสึกิ อย่าขยับไปไหนจนกว่าจะไปหาล่ะ
นัตจัง: คร้าบบ
{เสียงโชจังตัดสายแล้วออกวิ่ง}
 
ไอจังโหดสาด เอามีดมาแทงกันเลยดีกว่า แต่ถ้าสังเกตจะได้ยินเสียงรองเท้าโชจังดังป๊อก ๆ เหมือนรองเท้าส้นสูงด้วย อิอิ
โชจังตอนโดนดุล่ะพูดเพราะเชียว ส่วนนัตสึกิตอนแรกเราเฉย ๆ นะ ชอบซัตสึกิมากกว่า แต่พอเสพหลาย ๆ อย่างแล้วชักเอ็นดู อารมณ์ประมาณ เป็นไรมากมั้ยลูก เอาฮาไปนะนัตสึกิเอ๊ย 5555
 
ตอนนี้ยังฟังไม่หมดแต่ดราม่าซีดีของคามิวกับเซซิลก็น่ารักมากเลย เซซิลโมเอ้ มีร้องเมี้ยวด้วย ชอบเด็กคนนี้
 
ปล. ค้นพบว่าเพลงของซัตสึกิเหมาะกับการเล่นฟิตเนส เพลงขึ้นแล้วซอยเท้ามันส์มาก